รายละเอียดบทความ

โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colorectal Carcinoma)

โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colorectal Carcinoma)

 

     มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับ 3 รองลงมาจากมะเร็งปอดและมะเร็งปากมดลูก มักมีอาการถ่ายเป็นเลือดเป็นสำคัญ ในความเป็นจริงแล้วมะเร็งมีการเติบโตในลำไส้ใหญ่เป็นเวลาหลายปีแล้วก่อนทีจะมีอาการเกิดขึ้น ดังนั้นอาการของมะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะเริ่มแรกจึงไม่มีอาการอะไร ซึ่งกินเวลานานหลายปี ก่อนที่จะเริ่มมีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด เมื่อก้อนโตมากขึ้นกลายเป็นแผลจึงจะมีอาการเลือดออก ลำไส้อุดตัน หรือลำไส้ทะลุ อย่างไรก็ตามอาการต่างๆที่เกิดขึ้นไม่ได้หมายความว่าไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ ยิ่งรับการรักษาได้เร็วเท่าไรก็มีโอกาสรักษาให้หายขาดได้ง่ายมากขึ้น การรักษาให้หายหรือไม่ขึ้นกับว่ามีการกระจายไปแล้วหรือยัง แต่ถึงแม้มีการกระจายไปแล้วก็ยังมีวิธีการอื่นๆที่พอจะรักษาได้

สาเหต

     สาเหตุที่แท้จริงยังไม่มีใครรู้แน่ชัด แต่เชื่อว่าเกิดจากการระคายเคือง หรือการถูกกระตุ้นอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน หรือเกิดจากความผิดปกติของการแบ่งตัวของเนื้อเยื่อของลำไส้ หรือเกิดจากความผิดปกติของรหัสพันธุกรรม แต่ที่แน่ๆพบว่าประชากรที่รับประทานผักผลไม้ยิ่งมากเท่าไรยิ่งมีโอกาสเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ น้อยมากเท่านั้นโดยไม่ขึ้นกับเชื้อชาติ จึงคิดว่าการรับประทานผักผลไม้เป็นประจำจะช่วยในการป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี
อาการของโรค
     อาการแรกที่จะพบได้คือ เบื่ออาหารและน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสามารถเหตุ ถ้าเป็นมากขึ้นจะมีอาการถ่ายเป็นเลือดหรือมูกปนเลือด ส่วนน้อยที่จะมีอาการท้องอืดอาเจียนจากลำไส้อุดตัน

 

ระยะของโรค
     การแบ่งระยะของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับวางแผนการรักษา หลังจากวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่แล้ว แพทย์จะแบ่งระยะของโรค โดยแบ่งตามการแพร่กระจายของโรค ระยะที่ 0, 1, 2, 3, 4 ดังนี้
  • Stage 0 โรคมะเร็งในระยะเริ่มต้น มะเร็งอยู่เฉพาะผิวของลำไส้
  • Stage 1 มะเร็งอยู่เฉพาะผนังลำไส้ ยังไม่แพร่ออกนอกลำไส้
  • Stage 2 มะเร็งแพร่ออกนอกลำไส้ แต่ยังแพร่ไม่ถึงต่อมน้ำเหลือง
  • Stage 3 มะเร็งแพร่ไปต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียง แต่ยังไม่แพร่ไปยังอวัยวะอื่นๆ
  • Stage 4 มะเร็งแพร่ไปอวัยวะอื่นโดยมากไปยังตับและปอด
  • Recurrent เป็นมะเร็งซ้ำหลังจากการรักษา
ผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะที่ 3, 4 ถือว่าเป็นระยะโรคลุกลาม ซึ่งจากการศึกษาวิจัยพบว่าผลการรักษาไม่ดีเท่าที่ควร การผ่าตัดอาจตัดก้อนได้ไม่หมด โอกาสเกิดเป็นซ้ำค่อนข้างสูง แต่จากการศึกษาวิจัยพบว่ามีผู้ป่วยกลุ่มหนึ่งที่ตอบสนองต่อยาเคมีบำบัดภายหลังการผ่าตัดดีมาก แม้ว่าจะอยู่ในระยะโรคลุกลามแล้วก็ตาม โดยสูตรยาที่ใช้ประกอบด้วย irinotecan เป็นหลัก อาจใช้เดี่ยวๆ หรือร่วมกับ 5-flourouracil (5-FU)
ผู้ลงบทความ : ladyplaza2009.com